www.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.ws

www.bigoo.wsอึ้งภากรณ์
2008-06-03 16:36:29

บทความ ใจ อึ๊งภากรณ์: จักรภพ เพ็ญแข กับคดีหมิ่นเดชานุภาพ พิมพ์บทความนี้

ใจ อึ๊งภากรณ์

พรรคแนวร่วมภาคประชาชน www.pcpthai.org

 

กรณีการกล่าวหา จักรภพ เพ็ญแข ว่า หมิ่นเดชานุภาพ" ที่สมาคมนักข่าวต่างประเทศในเดือนสิงหาคม 2550 เป็นการท้าทายสังคมไทยในสี่ประเด็นที่สำคัญ

1. พลเมืองไทยควรมีสิทธิ์ หรือไม่มีสิทธิ์ ที่จะพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่ของสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในประเทศไทย?

2. กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพ ถูกใช้โดยใคร เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองอย่างไร?

3. ตกลงเรามีสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ อย่างที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือเรามีระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญไทย?

4. การใช้กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพแบบนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพันธมิตรฯ เป็นการกระทำที่ผิดกับหลักประชาธิปไตย และขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่?

ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นฝ่าย สองไม่เอา" ผม ไม่เคยลงคะแนนเสียงให้ไทยรักไทย และพลังประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว และวิพากษ์วิจารณ์ทั้งนายกทักษิณและสมัครมาตลอด และต้องสารภาพว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ในช่วงที่ยังโง่อยู่ เคยผิดพลาดไปลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 คงไม่ทำอีก

มีใครบ้างที่สนใจว่าจักรภพพูดว่าอย่างไร?

ผม เชื่อว่าหลายคนที่ด่าจักรภพคงไม่สนใจเนื้อหา และอีกจำนวนมากทีมีความเห็นแตกต่างกันไป อาจไม่ได้อ่านต้นฉบับการถอดเทปภาษาอังกฤษที่อยู่ในเว็บไซท์รัฐบาล

จักรภพ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของบทบาท อำนาจ และความชอบธรรมในการปกครองของกษัตริย์ ตั้งแต่สุโขทัยถึงปัจจุบัน ในกรณีรัชกาลปัจจุบันมีการอธิบายว่า มีการผสมผสานความเชื่อเกี่ยวกับบทบาทจากทุกยุคในอดีต และบวกเรื่องใหม่เข้าไปคือกษัตริย์ในระบบประชาธิปไตย ปัญหาที่จักรภพเห็นคือ การส่งเสริมความเชื่อเรื่องบทบาทสถาบันกษัตริย์แบบนี้ โดยผู้อุปถัมภ์ในสังคม หรือคนต่างๆ ที่มีอำนาจ ซึ่งไม่ใช่กษัตริย์ ก่อให้เกิดความสับสน และที่สำคัญก่อให้เกิดความขัดแย้งกับระบบประชาธิปไตย เพราะมีการเสนอว่าประชาธิปไตยไทยๆ ต้องเป็น ประชาธิปไตยภายใต้การนำของกษัตริย์"

ในความเห็นผม ประชาธิปไตยภายใต้ผู้นำ" (Guided Democracy) เป็น ระบบเผด็จการ เราเคยพบสมัย สฤษดิ์ หรือสมัย ซุการ์โน ในอินโดนีเซีย และแน่นอน ประชาธิปไตยภายใต้การนำของกษัตริย์ ต่างจากประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

ใน ความเห็นของจักรภพ ระบบอุปถัมภ์มีปัญหาเพราะสร้างความเชื่อว่าพลเมืองไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งขัดกับประชาธิปไตย และในความเห็นผม น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย

จักรภพ เสนอต่อไปว่ามีคนระดับสูงในชนชั้นปกครองที่บิดเบือนคำพูดของกษัตริย์ เช่นประธานองค์มนตรี และผู้พิพากษาชั้นสูง ฯลฯ และคนเหล่านี้บิดเบือนคำพูดเพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมสงเสริมความคิดโบราณแบบอุปถัมภ์ ว่าประชาธิปไตยไทยควรเป็นระบบภายใต้การนำของกษัตริย์

ทั้ง หมดนี้ที่จักรภพกล่าวถึง ไม่มีหลักฐานอะไรว่าหมิ่นเดชานุภาพ และไม่ต่างจากที่นักวิชาการหลายๆ สาย สอนกันในหลักสูตรรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยไทย

ใน ความเห็นส่วนตัวของผม จักรภพ เป็นคนที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมืองที่รักความเป็นธรรม ไม่ใช่นักการเมืองของภาคประชาชน เพราะชื่นชมนายกทักษิณ ซึ่งมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนมานาน และจักรภพก็เข้าร่วมกับคนอย่าง สมัคร ที่มีรอยด่างจาก 6 ตุลา และโกหกเรื่องนี้มาตลอด ดังนั้นผมไม่ค่อยเป็นห่วงอนาคตของจักรภพ เพ็ญแข

แต่ถ้าเขาถูกตัดสินว่าหมิ่นเดชานุภาพจริง มันจะแปลว่า

1. พลเมืองไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่ของสถาบันกษัตริย์ภายใต้ รัฐธรรมนูญในประเทศไทย ในขณะที่ทหารเผด็จการสามารถทำรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยโดยอ้าง ถึงสถาบันกษัตริย์ได้

2. กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพ จะถูกใช้โดยคนมีอำนาจต่อไป เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองในการทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยไม่เกี่ยวอะไรกับการรักษาปกป้องสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด

3. ชนชั้นปกครองอยากให้เราเชื่อว่าเรามีสถาบันกษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญไทย

4. การใช้กฎหมายหมิ่นเดชานุภาพแบบนี้ โดยพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพันธมิตรฯ เป็นการกระทำที่ผิดกับหลักประชาธิปไตย และขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เราต้องประณาม

สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่สำคัญและงดงามยิ่ง เราต้องต่อสู้เพื่อปกป้องมันเสมอ

 



โดย : ประชาไท   วันที่ : 31/5/2551

ข้อสังเกตเกี่ยวกับเสรีภาพในการชุมนุมเเละการเเสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ พิมพ์บทความนี้

ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 

บทนำ

เป็น ที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อระบอบการปกครองเเบบ ประชาธิปไตย เนื่องจากว่า สิทธิการชุมนุมหรือรวมตัวของปัจเจกชนนั้นเป็นวิธีการเเสดงออกซึ่งความคิด เห็นในรูปเเบบหนึ่ง สิทธิการชุมนุมนอกจากจะได้รับการรับรองในรับธรรมนูญของนานาประเทศเเเล้วอนุ สัญญาหลายฉบับก็รับรองสิทธิการชุมนุมหรือการรวมตัว เช่น ในอนุสัญญา The European Convention for Human Rights1 เเละในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR)2 ซึ่งอนุสัญญานี้ประเทศไทยเป็นภาคีด้วย สังคมไทยที่ผ่านมามีประชาชนใช้เสรีภาพการชุมนุมอยู่หลายครั้ง โดยวัตถุประสงค์ของการชุมนุมเเต่ละครั้งก็เเปรเปลี่ยนไป เช่น ชุมนุมคัดค้านการสร้างเขื่อน การเเปรรูปรัฐวิสาหกิจ การชุมนุมประท้วงราคาพืชผลตกต่ำ การชุมนุมคัดค้านของผู้ประกอบการขนส่ง เป็นต้น เเต่การชุมนุมที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงเเละสร้างความวิตกมากที่สุดคือ การชุมนุมทางการเมืองเพื่อ ขับไล่ผู้นำประเทศไม่ว่าผู้นำนั้นจะมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการทำรัฐ ประหารก็ตาม ในประเด็นเรื่องการชุมนุมนี้มีข้อสังเกตบางประการดังนี้

 

 

เสรีภาพในการชุมนุมมิใช่เป็นสิทธิหรือเสรีภาพที่ไม่มีข้อจำกัดหรือไม่มีขอบเขต

            ในบรรดาสิทธิเเละเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรอง มีเพียงเสรีภาพในการนับถือศาสนา (Freedom of religion) เท่านั้นที่เป็นเสรีภาพอย่างสมบูรณ์เด็ดขาด (absolute right) หมายความว่า รัฐจะตรากฎหมายออกมาจำกัดเสรีภาพในการนับถือศาสนาของประชาชนไม่ได้ ส่วนเสรีภาพในการชุมนุมเเละเสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นของบุคคลเเละสื่อ มวลชนมิได้เป็นเสรีภาพที่เด็ดขาด (non-absolute right)3 อย่างเสรีภาพในการนับถือศาสนา ฉะนั้น รัฐจึงตรากฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพของประชาชนได้

ส่วน บรรดาสิทธิเสรีภาพต่างๆที่รัฐธรรมนูญรับรองนั้นล้วนเเล้วเเต่เป็นสิทธิที่ ไม่เด็ดขาดหมายความว่า รัฐอาจตรากฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเช่นว่านั้นได้ เพียงเเต่รัฐธรรมนูญได้วางเงื่อนไขการจำกัดสิทธิเเละเสรีภาพว่าต้องเป็นไป ตามกฎหมายเเละเท่าที่จำเป็นเเละจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญเเห่งสิทธิเเละ เสรีภาพนั้นมิได้ (มาตรา 29 วรรคหนึ่ง) นอกจากนี้แล้ว รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 28 ยังบัญญัติอีกด้วยว่า บุคคลย่อมใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นฉะนั้น การใช้สิทธิและเสรีภาพของตนต้องคำนึงถีงสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นๆที่อยู่ร่วมกันในสังคมอีกด้วย

            สรุป ก็คือ รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิเสรีภาพอยู่สองประเภท คือ สิทธิหรือเสรีภาพที่สมบูรณ์ซึ่งรัฐไม่สามารถออกกฎหมายมาจำกัดได้เลย ตัวอย่างของเสรีภาพที่ว่านี้มีประเภทเดียวคือ เสรีภาพในการนับถือศาสนา ส่วนเสรีภาพในการชุมนุมเป็นเสรีภาพเเบบไม่เด็ดขาด รัฐออกกฎหมายมาจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมได้

 

 

เงื่อนไขการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ

            รัฐธรรมนุญมาตรา 63 วรรคเเรกกำหนดเงื่อนไขในการชุมนุมอยู่สองประการคือ ประการเเรก การชุมนุมนั้นต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ (peacefully) เเละประการที่สอง การชุมนุมนั้นต้องปราศจากอาวุธ คำว่า อาวุธนี้ต้องตีความว่า มิได้จำกัดเฉพาะอาวุธในความหมายปกติทั่วไปเช่น ปืน ระเบิด มีด เเต่รวมถึงสิ่งของที่สามารถใช้เยี่ยงอาวุธได้ด้วย

 

 

การจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมทำได้หรือไม่

            อย่างที่กล่าวมาในตอนต้น เฉพาะ เสรีภาพในการนับถือศาสนาเท่า นั้นที่รัฐธรรมนูญรับรองอย่างสมบูรณ์ว่า รัฐไม่อาจจำกัดเสีรีภาพในการนับถือศาสนาได้ นอกนั้นรัฐสามารถจำกัดเสรีภาพหรือสิทธิได้ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 63 วรรคสองยังได้บัญญัติอีกว่า การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง (เสรีภาพในการชุมนุม) จะกระทำมิได้ เว้นเเต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติเเห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะเเละเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนใช้ที่สาธารณะ…” กล่าวโดยสรุปก็คือ รัฐสามารถจำกัดการใช้เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนได้หากการจำกัดเสรีภาพนั้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนใช้ที่สาธารณะ” “ที่สาธารณะหมายถึงที่ที่ประชาชนสามารถใช้ร่วมกันได้

            นอกเหนือไปจาก การคุ้มครองความสะดวกของประชาชนใช้ที่สาธารณะ เเล้ว ในวรรคสองยังได้กำหนดอีกว่า ในช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ในระหว่างที่มีการประกาสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการประกาศกฎอัยการศึกก็สามารถ จำกัดเสรีภาพในการชุมนุมได้4

            กฎหมายบางประเทศอย่าง The Public Order 1987 ของประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือในมาตรา 3 ได้ กำหนดเงื่อนไขบางประการของการชุมนุมหรือเดินขบวน เช่น แกนนำผู้ชุมนุมต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเกี่ยวกับวันและเวลา จำนวนผู้เข้าร่วมและเส้นทางสัญจรที่จะใช้ ล่วงหน้า 7 วันก่อนการชุมนุมหรือเดินขบวน

            นอกจากนี้การจำกัดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมนั้นยังสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองเเละสิทธิทางการเมือง (ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี) โดยมาตรา 21 บัญญัติว่า สิทธิ ในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รับการรับรอง การจำกัดการใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้ นอกจากจะกำหนดโดยกฎหมายเเละเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับสังคมประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์เเห่งความั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การสาธารณุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิเเละเสรีภาพของบุคคลอื่น

สรุปก็คือ ทั้งรัฐธรรมนูญ 2550 เเละ ICCPR ต่างรับรองตรงกันว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมนั้น มิได้เป็นสิทธิเสรีภาพที่ไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นต้องไม่กระทบต่อสิทธิเเละเสรีภาพของบุคคลอื่นด้วย

 

 

เสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นทางการเมืองของบุคคลมีข้อจำกัดหรือไม่

            เช่น เดียวกับเสรีภาพในการชุมนุม เสรีภาพในเเสดงความคิดเห็นทั้งของบุคคลเเละสื่อมวลชนล้วนเป็นสิ่งสำคัญของ ระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากความคิดเห็น (opinion) เป็น สิ่งตกติดมากับมนุษย์ การเเสดงออกซึ่งความคิดเห็นของมนุษย์จะช่วยให้สังคมได้มีการเเลกเปลี่ยน ข้อมูล ความคิดเห็น ได้อภิปราบเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้ การยอมรับให้บุคคลสามารถเเสดงความคิดเห็นได้เป็นการยอมรับว่ามนุษย์เป็น ผู้ทรงสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง สิทธิในการเเสดงความคิดเห็นนี้เป็นผลพวงมาจากยุคความสว่างไสวเเห่งปัญญาที่เรียกว่า “Enlightenment” ในยุโรป

อย่าง ไรก็ดี เสรีภาพในการเเสดงความเห็นนั้นมิได้เป็นเสรีภาพที่ไม่มีข้อจำกัดอย่าง เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นของบุคคลเเละสื่อย่อมมีข้อจำกัดด้วย รัฐธรรมนูญมาตรา 45 วรรคเเรกบัญญัติว่า บุคคลย่อมีเสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาเเละการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เเละวรรคสองบัญญัติว่า การ จำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นเเต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติเเห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของ รัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียงหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น…..” กล่าวโดยย่อก็คือ เสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นมิได้เป็นเสรีภาพที่เด็ดขาดสมบูรณ์ เเต่เป็นเสรีภาพที่รัฐสามารถจำกัดได้ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้น การใช้เสรีภาพดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายด้วย

 

 

การเเสดงความคิดเห็นทางการเมืองต่างจากการปลุกระดมทางการเมือง

            ใน สังคมระบอบประชาธิปไตยที่เเท้จริงในนานาอารยะประเทศ ประชาชนเเละสื่อสามารถเเสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือวิจารณ์การบริหารประ เทศเเละนโยบายของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ เเละรัฐเองก็ควรสนับสนุนด้วย ตราบเท่าที่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองอยู่ภายใต้กฎหมายเเละไม่ขัดต่อผล ประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งการเเสดงความเห็นทางการเมืองนั้นต่างจากการปลุกระดมทางการเมือง ซึ่งประชาชนจะต้องเเยกความเเตกต่างอันนี้ให้ได้

 

 

บทส่งท้าย

            เสรีภาพ ในการชุมนุมเเละการเเสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเสรีภาพที่จำเป็นต่อ ระบอบประชาธิปไตยเเละเป็นเรื่องที่รัฐควรส่งเสริม เเต่มิได้หมายความว่า การใช้เสรีภาพดังกล่าวจะใช้เมื่อใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้ วิธีการใดก็ได้ แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายด้วย เกือบทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมืองมักจะมีการอ้างว่าเป็นการใช้เสรีภาพ การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ เเต่อย่าลืมว่า เสรีภาพในการการชุมนุมเเละเสรีภาพในการเเสดงความคิดเห็นของบุคคลเเละสื่อมวล ชนนั้น รัฐธรรมนูญรับรองต่างจากเสรีภาพในการนับถือศาสนา โดยเสรีภาพในการนับถือศาสนานั้นเป็นเสรีภาพประเภทเดียวที่เป็นเเบบสมบูรณ์ เด็ดขาด รัฐจะจำกัดไม่ได้ ในขณะที่เสรีภาพในการชุมนุมเเละการเเสดงความคิดเห็นนั้นเป็นเสรีภาพที่ไม่ เด็ดขาดรัฐสามารถจำกัดได้ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ สังคมไทยกำลังเดินอยู่บนทางสองเเพร่งระหว่างการปกครองด้วยกฎหมายเป็นใหญ่หรือ “The Rule of Law” หรือผู้ชุมนุมประท้วงเป็นใหญ่ หรือ “Mob Ruleสังคมไทยจะเลือกเดินทางไหนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนไทยทั้งประเทศ

 หวังว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเเละเเสดงความคิดเห็นควรอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าให้ถึงกับต้องเปลี่ยนจากหลักที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย มาเป็น อำนาจอธิปไตยเป็นของผู้ชุมนุมประท้วง เเละเปลี่ยนจากหลักที่ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศมาเป็น ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วงเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ กฎหมายใดจะมาขัดหรือเเย้งต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วงมิได้


เผยเด็กไทยเป็น “เหยื่อ” ฉีดวัคซีน 33 เข็ม [3 มิ.ย. 51 - 04:46]

พญ. ศิราภรณ์ สวัสดิวร รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ผลิตและจำหน่ายวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนสำหรับเด็ก มีการสื่อสารและการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก จนเกิดกระแสความต้องการได้รับวัคซีนในอัตราสูง ขณะที่วัคซีนมีราคาแพง หากผู้ปกครองให้เด็กได้รับวัคซีนตามที่มีการสื่อสารการตลาด ทำให้ เด็กไทยแรกเกิด-15 ปี ต้องได้รับการฉีดวัคซีนประมาณ 33 เข็ม คือ วัคซีนจำเป็นที่เด็กไทยทุกคนต้องได้รับ จำนวน 10 โรค 16 เข็ม เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค ตับอักเสบบี ไอกรน คอตีบ บาดทะยัก โปลิโอ วัคซีนเผื่อเลือกชุดที่ 1 จำนวน 3 โรค 7 เข็ม เช่น วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส และตับอักเสบเอ มูลค่าประมาณ 4,700 บาทต่อคน และวัคซีนเผื่อเลือกชุดที่ 2 จำนวน 4 โรค 10 เข็ม เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น มูลค่าประมาณ 25,700 บาทต่อคน

 

เด็กทั่วไปจะได้รับวัคซีนฟรีจากรัฐ 16 เข็ม หากผู้ปกครองต้องการให้ลูกได้รับวัคซีนครบทั้งหมดที่กล่าวมา เด็กจะต้องฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 17 เข็ม เสียค่าใช้จ่ายราว 32,200 บาทต่อคน และหากเด็กไทยเกิดใหม่ในแต่ละปีประมาณ 8 แสนคนต้องใช้เงินประมาณ 25,600 ล้านบาท เมื่อหักจากวัคซีนที่รัฐจัดให้ฟรี เหลือเงินที่ผู้ปกครองทั้งประเทศต้องจ่ายค่าวัคซีนเอง  ประมาณ  24,800 ล้านบาทพญ.ศิราภรณ์กล่าวและว่า วัคซีนเผื่อเลือกสำหรับเด็กที่มีการสื่อสารการตลาดมากที่สุดในขณะนี้ คือ วัคซีนไอพีดี (IPD) ใช้ ในการป้องกันโรคไอพีดี ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัส ที่ทำให้เกิดโรคปอดบวม โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อย่างไรก็ตาม วัคซีนชนิดนี้สามารถครอบคลุมการป้องกันได้ประมาณ 2-3 ปี และเป็นวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ของเชื้อที่ก่อโรคนี้.


ป้าย : นายใจ
Dictionary : นายใจ
www.bigoo.wsฟังอังกฤษ
Interesant
Very good Program
คำภีร์
good site
ตำราฟรี
ตำราฟรีอีกที่
ผาณิตน้ำหวานโฟโต้
ภาพ ก๊ก
member kamtip ยานาซ
ข่าว
Utube kam yana
kamYanaMember
My Home Page
ดูภาพที่ร้าน
mb kam gmail yana
ทำซับไตเติ้ล
เรียนหนังสือ
หนัง ออน ไลน์
ID card
เกษตร
ต่อยอดความรู้
ข้อมูลคนไทย
ไวยากรณ์อังกฤษ
VideO
วิธีคลายร้อนให้กับ N
นิทานก่อนนอน
www.bigoo.wsอ่างทอง
Portable Free Time Format ...
Mask Surf Pro 2.0
Helicon Focus v4.60.3
Acer solutions
gas LPG
พระบารมี
โปรแกรมน่าใช้
โปรแกรมน่าใช้
หอย
พระ
วณิพก
ลอกมาเล่า เขาเขียนดี
กบ กบ
แฮ็ปปี้

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |>>
www.bigoo.ws
.name :
.url :
.message :
.security code :
สมัครสมาชิก | Login
All (90)
default (90)

ดีจ้า สบายดีไหมเอ่าวงนี้
by : kanunja [2008-06-04 20:50:48]


สร้าง Blog อย่างไร้ขีดจำกัด
คลิกที่นี่ http://www.bloggoo.com/
by : Love Is [2008-06-05 12:52:42]


หวัดดีวันสุดสัปดาห์นะ
_________(, _______________),
____(_, d888888888b, d888888888b
_____d888888888888/888888888888b_)
__(_8888888P'""'`Y8Y`'""'"Y88888b
____Y8888P.-'_____`______'-.Y8888b_)
___, _Y88P_(_(_(________)_)_)_d88Y_,
____Y88b, __(o__)______(o__)_d8888P
____`Y888___'-'________'-'__`88Y`
____, d/O_________c_________/Ob,
_______/'., ______w______, .'_/
_________.-`_____________`-.
________/___, _d88b__d88b____
_______/___/_88888bd88888`__
______/___/__Y88888888Y_____
____________88888888____/__/
_______`_`.__d8888888b, _//
_________`.//.d8888888888b;_|
___________|/d888888888888b/
___________d8888888888888888b
________, _d88p""q88888p""q888b,
________`""'`____"`|____/`'""`
______________`.____|===/
________________>___|___|
________________/___|___|
_______________|____|___|
_______________|____Y__/
__________________/__/
________________|_/|_/
_______________/_/_/_|

by : kanunja [2008-06-06 19:25:05]


http://media.imeem.com/m/vftfpRqmPU/aus=false/"> name="wmode" value="transparent">http://media.imeem.com/m/vftfpRqmPU/aus=false/" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="110" wmode="transparent">
เป็นความรู้ที่ดีค่ะ
by : pso99pso [2008-06-11 22:55:46]


คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
by : kanunja [2008-06-13 20:40:55]

ภาพ All (2)
default (1)
kok (1)